ภาษีในประเทศไทยมาจาก 4 แหล่งและเมื่อเค้าได้ภาษีมาแล้วเนี่ยถูกแบ่งไปใช้ในด้านอะไรบ้าง และประเทศที่ถูกพัฒนาแล้วเค้าวัดกันยังไงวันนี้เราก็มีคำตอบมาให้ทุกคนได้อ่านกัน

Benjamin franklin ได้กล่าวเอาไว้ว่าโลกนี้มีความไม่แน่นอนมากมายและมีแค่เพียง 2 สิ่งเท่านั้นที่แน่นอนก็คือความตายและภาษีที่เอาเรื่องนี้มาพูดก็เพราะอยากให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้นและการที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ก็ต้องมีรายได้ที่ดีมากขึ้น และมันก็ก่อให้เกิดการจ่ายภาษีที่ง่ายขึ้นซึ่งภาษีที่เก็บก็เอาไปพัฒนาประเทศและการจ่ายภาษีมากขึ้นประเทศชาติก็จะเจริญขึ้นใช่ไหมครับและเรื่องภาษีที่คุณควรจะรู้ก็มีดังนี้

อันดับแรกคุณต้องรู้จักความหมายของภาษี ซึ่งภาษีก็คือ เงินที่รัฐจัดเก็บจากประชาชนและผู้ประกอบการเพื่อที่จะเป็นรายได้ของรัฐเอาไว้พัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศ และก็สังคมนั่นเอง ซึ่งภาษีเองก็อยู่คู่กับเรามานานมาก แต่ก็มีภาษี Vat ที่เกิดขึ้นในปี 1954ที่คิดค้นโดยชาวฝรั่งเศษและแพร่หลายที่ยุโรปและจากนั้นก็เริ่มขยายไปทั่วโลกทีนี้ภาษีในบ้านเรามาจากที่ไหนบ้าง ซึ่งหลักๆก็จะมีอยุ่ 4 แหล่งด้วยกัน

1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งอันนี้คิดเป็น 15%

2.ภาษีนิติบุคคล ก็คือบริษัททั้งหลายแหล่ไม่ว่าจะเป็น SME และไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งในปัจจุบัน SME ก็มีประมาณ 3ล้านกว่าราย บริษัทมหาชนจำกัดอีกประมาณ 700 กว่ารายแต้ก็มีคนหรือบริษัทที่จ่ายภาษีนิติบุคคลนั้นอยู่ที่ 150,000 รายเท่านั้น ซึ่งก็คิดเป็น 29% ของภาษีประเทศไทย

3.ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือที่เรียกว่า VAT (Vlaue added Tax) ซึ่งภาษีนี้จะมีอยู่ทุกแหล่งเพราะทุกอย่างมันเป็นการบวกไปแล้วไม่ว่าจะเป็นการซื้อสิ่งของอะไรก็ตามเค้าก็จะบวกภาษีนี้เค้าไป ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้หรือแม้กระทั่ง รถยนต์ รถจักรยานอย่างนี้ก็หลีกเลี่ยงภาษีไม่ได้ ซึ่งภาษี VAT นี้ก็คิดเป็น 37%

4.ภาษีอากรณ์ต่างๆคิดเป็น 19%และมันก็มาจากภาษีพิเศษ ภาษีนำเข้าและก็ภาษีน้ำมันเป็นต้น

ซึ่งสถิติประเทศไทยมีประชากรประมาณ 70 ล้านคนและก็มีคนที่ยื่นภาษีจริงๆประมาณ 10 ล้านคนเท่านั้นและคนที่จ่ายภาษีจริงๆแค่ 4 ล้านคนเท่านั้นซึ่ง 4 ล้านคนที่เก็บได้ก็ประมาณ300,000 ล้านบาท และ 6 ล้านคนที่เหลือก็ไม่ใช่ว่าเค้าไม่จ่ายนะครับ คือเค้าก็ยื่นเหมือนกันแต่ด้วยความที่เค้ารายได้ไม่ถึง 150,000 บาทต่อปีก็เลยไม่ได้จ่ายภาษี จากตัวเลขนี้ก็จะเริ่มเห็นว่ามัน ไม่ค่อยสมดุลใช่ไหมถ้ามีคนที่จ่ายภาษีแค่ 4 ล้านคนแต่ว่าเงินนั้นต้องถูกกระจายไปช่วยคนทั้ง 70 ล้านคนทั่วประเทศและนั้นมันก็เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมีรายการนี้ก็เพื่อให้คนมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นและก็มี เงินมาจ่ายภาษีช่วยกัน

และอีกข้อมูลหนึ่งก็น่าสนใจถ้าเราเปรียบเทียบการจ่ายภาษีระหว่างประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกา อเมริกามีประชากรประมาณ 300 ล้านคนและก็มีผู้ที่ยื่นภาษีถึง43% หรือประมาณ 150 ล้านคน และภาษีที่เก็บได้เท่ากับ47.6 ล้านๆบาท และเฉลี่ยเค้าจ่ายภาษีคนละประมาณ 330,000 บาทต่อคน แตกต่างจากไทยที่ประชากรประมาณ 70 ล้านคนที่ยื่นภาษีประมาณ 16%และภาษีที่เก็บได้ก็ประมาณ 0.3ล้านๆบาทตกต่อหัวต่อคนอยุ่ที่ประมาณ 29,000 บาทต่อคน ซึ่งเงินภาษีก็สำคัญจริงๆในการพัฒนาประเทศ

และภาษีก็ถูกนำไปใช้ 3 ด้านก็คือ

1.บริหาร

2.เศรษฐกิจ

3.การศึกษา

แต่ถ้ามองตามจำนวนเงินจะถูกแบ่งไปใช้ 5 งบ

1.งบการศึกษา

2.งบผู้สูงอายุ

3.งบกองทัพ

4.งบโรงพยาบาล

5.งบตำรวจ

ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำนี้ คำว่าประเทศไทยกำลังพัฒนา ซึ่งประเทศที่กำลังพัฒนานี้เค้าวัดกันยังไงซึ่งก็มี ดังนี้

– เศรษฐกิจ

-ภาคการผลิต

-ภาคการบริการ

-ระบบสาธารณูปโภค

-รายได้ต่อคน

ซึ่งธนาคารโลกเค้าก็ได้มีการแบ่งกลุ่มในประเทศทั้งหมดออกเป็น 3 กลุ่มก็คือ

1.รายได้น้อย

2.รายได้ปานกลาง

3.รายได้สูง

ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้เค้าเรียกว่า Gross National income (GNI)ที่เรียกว่ารายได้ประชาชาติซึ่งประเทศไทยของเราก็ได้อยู่ในกลุ่มที่ 2

สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย